วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562

กระรอกน้อย

กระรอกน้อย

       สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะเเนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเจ้ากระรอกน้อยเเสนน่ารักกันค่ะ เขาชอบอาศัยอยู่ในโพรง หรือหลายคนอาจรู้จักกันเป็นอย่างดี เราไปรู้จักกับพวกเขากันเลยค่ะ



กระรอก
     กระรอก(ภาษาไทยถิ่นเหนือ: ฮอก) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีขนาดลำตัวเล็ก ขนปุยปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย นัยน์ตากลมดำ หางเป็นพวงฟู จัดอยู่ในประเภทสัตว์ฟันแทะ ในวงศ์ Sciuridae

สายพันธุ์
กระรอกอาจแบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ ๆ ได้แก่ กระรอกต้นไม้, กระรอกดิน และ กระรอกบินวงศ์กระรอกมี วงศ์ย่อย 2 วงศ์ คือ Pteromyinae ได้แก่ กระรอกบิน และวงศ์ Sciurinae ได้แก่ กระรอกต้นไม้, กระรอกดิน, ชิพมังค์  ในขณะที่บางข้อมูลแบ่งเป็น 5 (ดูในตาราง)


ลักษณะ
กระรอกต้นไม้ เป็นกระรอกที่มักพบเห็นได้บ่อยและคุ้นเคยกันดี มีหางยาวเป็นพวงสวยงาม มีกรงเล็บแหลมคม และมีใบหูใหญ่ บางชนิดมีปอยขนที่หู ส่วนกระรอกบินนั้น จะมีพังผืดข้างลำตัว สำหรับกางเพื่อร่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มักเป็นหากินในตอนกลางคืน มีตาสะท้อนแสงไฟ กระรอกดิน มักจะมีรูปร่างสั้น และล่ำสันกว่ากระรอกต้นไม้ มีขาหน้าแข็งแรงใช้สำหรับการขุดดิน หางของกระรอกดินนั้นจะสั้นกว่าหางของกระรอกต้นไม้ และไม่ฟูเป็นพวงนัก และเช่นเดียวกับสัตว์ฟันกัดแทะชนิดอื่น ๆ กระรอกจะมีนิ้วเท้าหลังข้างละ 5 นิ้ว และ นิ้วเท้าหน้าข้างละ 4 นิ้ว ตรงส่วนที่น่าจะเป็นนิ้วโป้งจะกลายเป็นปุ่มนูน ๆ ซึ่งถูกพัฒนาให้เหมาะสำหรับจับอาหารมาแทะ
กระรอกเป็นสัตว์ที่คล่องแคล่วว่องไวมาก อาหารของกระรอกคือ ผลไม้ และ เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่กระรอกก็ยังชอบกินแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะกระรอกขนาดใหญ่อย่างพญากระรอก นั้นบางครั้งก็ยังกินไข่นกเป็นอาหารอีกด้วย
ด้วยความน่ารักของกระรอก ทำให้กระรอกหลายชนิดนิยมเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ เพื่อความเพลิดเพลิน
กระรอกดิน เป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นหลัก เช่น ถั่วผลเบอร์รี่ ดอกไม้ และต้นโอ๊ก แต่น้อยคนที่จะรู้ว่ากระรอกบางตัวกินแมลงด้วยนะ ซึ่งพวกมันจะจับแมลงกินเอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมวิตามิน และธาตุอาหารบางชนิดที่ไม่มีในพืชผลไม้


กระรอกเป็นสัตว์ฉลาด
คุณอาจจะคิดว่าสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงอาจไม่กล้าเข้าใกล้มนุษย์ แต่จริงๆ แล้วบางครั้งสัตว์เหล่านี้ก็เป็นมิตรเหมือนกันนะ แถมยังคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่ใกล้ๆ กับมนุษย์อีกด้วย บางตัวถึงขั้นเข้ามาขออาหารจากมือของเราเลยล่ะ
    ผู้คนส่วนใหญ่มักมองว่าสุนัขเป็นสัตว์ฉลาด ซึ่งเราได้มองข้ามสัตว์ตัวน้อยๆ อย่างกระรอกไป เพราะในความเป็นจริงแล้วกระรอกก็เป็นสัตว์ที่ฉลาดมากเหมือนกันเมื่อคุณได้เห็นกระรอกอ้วนขึ้นกว่าปกติในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คุณอาจจะสงสัยว่ามันไปทำอะไรมาน้า จริงๆ แล้วเป็นเพราะว่าเมื่อถึงช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศที่อบอุ่นกว่าปกติ จะทำให้อาหารสมบูรณ์มาก และนั่นก็ทำให้เจ้ากระรอกกินเยอะขึ้น และก็ทำให้มันอ้วนพีขึ้นนั่นเอง

อาหาร

    เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เจ้ากระรอกตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นที่ร้านไอศกรีม Fantasy Isle Ice Cream และมินิกอล์ฟในนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งมันได้เข้ามาร่วมทานไอศกรีมที่ทางเจ้าของได้ทำให้มันเป็นพิเศษและนั่นก็ทำให้มันได้กลายเป็นกระรอกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมือง แถมยังสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาชื่นชมตัวจริงเสียงจริงของมันที่ร้านอีกด้วย งานนี้ทำให้เจ้าของธุรกิจได้รับผลพลอยได้ไปแบบเต็มๆวันไหนที่คุณโชคดี คุณอาจจะได้เห็นเจ้ากระรอกน้อยมาพร้อมกับท่ากายกรรม ขณะที่กำลังแทะกินเมล็ดถั่วอย่างสุขใจ และนั่นก็ทำให้เรารู้ว่าเจ้าสัตว์ชนิดนี้มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แถมยังแข็งแรงมากๆ อีกด้วย


วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562

นกสาลิกาเขียว

นกสาลิกาเขียว

      สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาทุกคนไปรู้จักกับนกสาลิกาเขียวกันค่ะ
เขาเป็นนกชนิดหนึ่งที่มีสีสันสวยงาม เราไปรู้จักกับพวกเขากันเลยค่ะ



นกสาลิกาเขียว
 (อังกฤษ: Common green magpie; ชื่อวิทยาศาสตร์: Cissa chinensis) เป็นนกชนิดหนึ่งในวงศ์นกกา (Corvidae) มีขนาด 38 ​เซนติ​เมตร มีปากหนาสี​แดงสด วงรอบตาสี​แดง​และมี​แถบสีดำคาด​เหมือนหน้ากาก บริ​เวณกระหม่อมสี​เขียวอม​เหลือง ลำตัวด้านบนสี​เขียวสด ​ใต้ท้องสี​เขียวอ่อน ช่วงปีกตรงหัว​ไหล่​เป็นสี​เขียว ปลายปีก​เป็นสี​แดง​เข้ม ​และตอน​ในของขนกลางปีกมี​แถบสีดำสลับขาว ขาสี​แดงสด ​ใต้หางมีสีดำสลับขาว ​และส่วนปลายหางจะ​เป็นสีขาว ร้องดัง “กวีก.ก..กวีก..ก..ก....”


การเเพร่พันธุ์

     กระจายพันธุ์ในเทือกเขาหิมาลัยในตอนเหนือของภาคตะวันออกของประเทศอินเดียไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านภาคกลางของประเทศไทย มาเลเซียถึงเกาะสุมาตราและทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว ในป่าไม่ผลัดใบ ป่า​เบญจพรรณ


การออกหากิน
นกหากินเป็นคู่หรือเป็นฝูงตามต้นไม้และพื้นดิน กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง, สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก ลูกนก และไข่เป็นอาหาร ทำรังอยู่ตามง่าม​ไม้ รัง​ทำจากกิ่ง​ไม้ ​ใบ​ไม้​แห้ง ​และ​ใบ​ไผ่ วางซ้อนกัน​และสาน​ไปมา​เป็นรูปลักษณะถ้วยตื้นๆ ตรงกลางมีกิ่ง​ไม้​เล็กวางรองอีกชั้น ออก​ไข่ครั้งละ 4 - 6 ฟอง



การหาอาหาร
   นกหากินเป็นคู่หรือเป็นฝูงตามต้นไม้และพื้นดิน กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง, สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก ลูกนก และไข่เป็นอาหาร ทำรังอยู่ตามง่าม​ไม้ รัง​ทำจากกิ่ง​ไม้ ​ใบ​ไม้​แห้ง ​และ​ใบ​ไผ่ วางซ้อนกัน​และสาน​ไปมา​เป็นรูปลักษณะถ้วยตื้นๆ ตรงกลางมีกิ่ง​ไม้​เล็กวางรองอีกชั้น


นกบลูเจย์

นกบลูเจย์

      สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะเเนะนำให้ทุกคนรู้จักกับนกบลูเจย์กันค่ะ
หรือหลายคนอาจรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่เเล้ว ไปรู้จักกับพวกเขากันเลยค่ะ



นกบลูเจย์
     บลูเจย์ (lat. Ceanocitta cristyata) เป็นนกที่มีลักษณะสดใสและน่าทึ่งมากจากครอบครัว Vranov (lat corvidae) ของ Passeriformes (lat. Passeriformes) เมื่อ Mark Twain กล่าวว่าเจย์เรียกว่านกเนื่องจากมีขนและไม่ได้ไปโบสถ์ มิฉะนั้นพวกเขาทำสิ่งเดียวกับคน พวกเขาสาบานไหวพริบและโกหกทุกครั้ง
      Blue Jay มีชื่อเสียงในเรื่อง prankster ที่มีเสียงดัง เธอเป็นที่รู้จักสำหรับเสียงแหลมเจาะของเธอและความสามารถของเธอที่จะเลียนแบบเสียงกรีดร้องดังของเหยี่ยว นกมักใช้วิธีนี้เพื่อขับรถคู่แข่งออกจากตัวป้อน เคล็ดลับนี้ใช้ได้นาน โดยปกติหลังจากที่ในขณะที่นกรบกวนกลับมา บางครั้งเจย์ก็พอใจกับคนที่อยู่รอบตัวเขาด้วยเพลงนุ่มนวลและเงียบหรือการเลียนแบบเสียงของ songbirds แม้จะมีขนนกสีสดใสนกตัวนี้สามารถปลอมตัวอยู่ในกิ่งก้านของต้นไม้แม้ทุกอย่างจะปกคลุมด้วยหิมะ เจย์เป็นนักเลียนแบบที่ยอดเยี่ยม พวกเขาเลียนแบบการพูดของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
    การสื่อสารเจย์กับแต่ละอื่น ๆ จะเกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือของกระจุก ในช่วงความตื่นเต้นหรือการไหลบ่าของอารมณ์เชิงลบยอดขึ้นในแนวตั้งขึ้น ในนกที่แปลกใจเขาถูกชี้นำไปข้างหน้า ในรูปของเจย์ที่น่ากลัวยอดคล้ายกับแปรงขวดที่กระเซิง



ที่อยู่อาศัย
     ที่อยู่อาศัยของเจย์สีฟ้าตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนือ ตามกฎนกเหล่านี้อาศัยอยู่ในฝูงเล็ก ๆ เจย์เป็นนกอพยพบางส่วนเนื่องจากมีเพียงประชากรทางตอนเหนือที่ถูกส่งไปเพื่อเดินทางไปทางใต้เท่านั้น ในระหว่างการบินฝูงแกะตั้งแต่ 5 ถึง 3,000 ตัวไปในระหว่างวัน ในฤดูหนาวเจย์มักบินเข้ามาในเขตชานเมืองสวนสาธารณะและพื้นที่เพาะปลูก
     อาหารของนกบลูเจย์ประกอบด้วยถั่วต่างๆเมล็ดแมลงผลเบอร์รี่และสัตว์เล็ก ๆ เจย์สีฟ้ามักทำลายซากของคนอื่น เธอทำให้หุ้นสำหรับฤดูหนาวในโพรงไม้เก่าในรอยแยกระหว่างเปลือกหุ้มเมล็ดในใบลดลงและจึงส่งเสริมการทำสำเนาของพุ่มไม้และต้นไม้ ในหนึ่งวันเจย์สามารถซ่อนได้ถึง 5,000 ต้นโอ๊ก ในคราวเดียวนกมีลูกโอ๊กอยู่ประมาณ 5 ตัว
     บลูเจย์โดดเด่นด้วยปัญญาและไหวพริบ สังเกตเห็นอันตรายเธอทันทีเริ่มที่จะทำให้ร้องเสียงกรีดเตือนนกและสัตว์ทั้งหมด เมื่อผู้รุกรานปรากฏขึ้นนกรวมกันอยู่ในฝูงและโจมตีมัน
การเลือกคู่
      บลูเจย์เลือกคู่ครองเพื่อชีวิต คู่สมรสสื่อสารโดยใช้เสียงเตือนความทรงจำของปั๊มที่เป็นสนิม นกสร้างรังเรียบร้อยในกิ่งก้านของพุ่มไม้หรือต้นไม้ที่ความสูงประมาณ 3 ถึง 10 เมตร พวกเขาสร้างมันขึ้นมาจากเศษเล็กเศษน้อยสดใหม่ ด้านล่างของรังจะเรียงรายไปด้วยราก ทั้งหมดนี้จะวางแน่นหนาและบางครั้งคงที่กับดินเหนียว การให้นมบุตรหมายถึงพิธีกรรม มีการเลี้ยงดูท่าทางของเจี๊ยบซึ่งขออาหารผู้หญิงกำลังรอให้ชายคนนั้นให้อาหาร

การสืบพันธุ์
      หญิงมีส่วนร่วมในการบ่มลูกไก่ ปีละสองครั้งเธอวางไข่ในปริมาณตั้งแต่สามถึงหกชิ้น ในกรณีที่นักล่าได้ค้นพบรังนกจะทิ้งไว้ตลอดไป ในคลัทช์เดียวมีไข่สีเขียว - เหลือง 7 สีหรือสีน้ำเงินที่มีจุดสีดำ หลังจาก 8 วันลูกไก่จะคลอด พ่อแม่ทั้งสองคนเลี้ยงลูกและดูแลทารก พวกเขาทำความสะอาดขนของพวกเขาอุ่นพวกเขาและปกป้องพวกเขาจากอันตราย หลังจากผ่านไป 5 วันลูกไก่ก็เปิดตาของพวกเขาและหลังจากสัปดาห์ขนนกก็เริ่มโตขึ้น สองสามวันก่อนเที่ยวบินแรกทารกเริ่มออกจากรังและเดินไปตามกิ่งก้านของต้นไม้ มากกว่า 5 เมตรพวกเขาไม่ได้ย้ายออกไปจากเขา ลูกไก่ 20 วันหลังคลอดของพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะบินได้อย่างไร แต่พวกมันไม่ได้บินจากรังมากกว่า 20 เมตร ตลอดฤดูใบไม้ร่วงที่เด็กอยู่ใกล้กับพ่อแม่ของพวกเขาและโดยฤดูหนาวกลายเป็นอิสระ
     การลอกคราบครั้งแรกในเด็กและเยาวชนเกิดขึ้นในปลายเดือนสิงหาคม นกผู้ใหญ่เริ่มไหลในเดือนกรกฎาคมและเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน ในช่วงระยะเวลาการลอกเลียนแบบมหรสพจะอาบน้ำมดและบางครั้งจะบรรจุแมลงไว้ใต้ขนของมัน
     มันเป็นเรื่องง่ายที่จะแยกแยะความแตกต่างจากนกอื่น ๆ โดยนกสีฟ้าสีดำและสีขาวหางลายด้านหลังสีน้ำเงินกระจุกสีฟ้าสั้นสีดำตั้งอยู่บนปีกสร้อยคอรอบคอและรูปแบบสีดำขาวน้ำเงิน นกตัวเล็ก ๆ มีน้ำหนักประมาณ 100 กรัม ความยาวของลำตัวไม่เกิน 30 ซม. และนกเพนกวินถึง 40 ซม.อายุขัยของนกกระจอกสีฟ้าแตกต่างกันไปในช่วง 10 ถึง 18 ปีขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
      เจย์สีฟ้าเป็นสมาชิกของครอบครัว corvidae เหล่านี้เป็นเพลงซ่อง ๆ พวกเขาอาศัยอยู่ในอเมริกาเหนือ: ในแคนาดาสหรัฐอเมริกาและบริติชโคลัมเบียนกบลูเจย์ (Blue jays) เรียกว่านกกระเต็น (chimney), นกสีฟ้า (blue jays) และนกบลูเจย์ (North American jays)คำอธิบาย Blue Jay
      นกบลูเจย์เป็นนกที่สวยงามมากซึ่งเป็นเครื่องประดับหลักที่มีกระจุกสีฟ้าสดใสเป็นเวลานาน หางยาวยาวอีกด้วย ปลาวาฬมีความแข็งแรงพวกเขาสามารถแบ่ง jays กับเปลือกแข็งได้อย่างง่ายดาย สีของตัวผู้และตัวเมียจะเหมือนกัน แต่ขนาดของตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย


      ความยาวของลำตัวของนกบลูเจย์แตกต่างกันไปตั้งแต่ 25 ถึง 29 เซนติเมตรปีกกว้าง 34-43 เซนติเมตรและหางมีความยาวถึง 13 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 70 ถึง 100 กรัม นกกระยางที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือของพื้นที่มีขนาดใหญ่
      ขนนกของนกอินทรีอเมริกาเหนือเป็นสีฟ้าสดใส ยอดเป็นสีฟ้าสดใสหรือสีฟ้าม่วงมีสีดำมีสีดำมีแหวนสีดำล้อมรอบดวงตา ขนนกใต้กระจุกสีดำ ลำคอและส่วนล่างทั้งหมดของร่างกายมีสีเทาขาว
      สายบังเหียนเป็นสีดำและแก้มเป็นสีขาว พวงมาลัยและเที่ยวบินขนสีฟ้ากับทแยงมุมลายเส้นสีดำ มีจุดสีขาวบนปีกและหาง ขอบของหางมีสีขาว ตาและอุ้งเท้ามืด ขนนกที่แท้จริงของนกบลูเจย์ไม่ได้เป็นสีฟ้าผลกระทบนี้เกิดจากการบิดเบี้ยวของแสงภายในโครงสร้างของขนนกและผลกระทบนี้จะหายไปสำหรับขนขนที่หยิบขึ้นมา

ที่มา: นกบลูเจย์

นกฟลามิงโก้

นกฟลามิงโก

      สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาทุกคนไปรู้จักกับนกฟลามิงโกกันค่ะ  เป็นนกน้ำชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ทวีปอเมริกา หรือหลายคนอาจรู้จักกันอยู่เเล้ว  ไปรู้จักกับพวกเขากันเลยค่ะ



นกฟลามิงโก 
นกฟลามิงโก หรือ (นกกระสาแดง) เป็นนกน้ำจำพวกหนึ่ง ในวงศ์ Phoenicopteridae และอันดับPhoenicopteriformes มี 4 ชนิดในทวีปอเมริกา และ 2 ชนิดในโลกเก่า
นกฟลามิงโก เป็นนกที่มีซากฟอสซิลสามารถนับย้อนไปไกลได้กว่า 30 ล้านปีก่อน นกฟลามิงโกอาศัยอยู่เป็นฝูงขนาดใหญ่ ซึ่งสถานที่ ๆ พบนกฟลามิงโกได้มากที่สุดในโลก คือ ทะเลสาบนากูรู ในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบนากูรู ทางตอนเหนือของประเทศเคนยา ซึ่งมีจำนวนประชากรนกฟลามิงโกมากได้ถึง 1,500,000 ตัว นกฟลามิงโกเป็นนกที่บินได้เป็นระยะทางที่ไกล และมักบินในเวลากลางคืน ด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง และหากมีความจำเป็นต้องบินในเวลากลางวันก็จะบินในระดับสูงเพื่อหลบเลี่ยงสัตว์นักล่า ส่วนในทวีปเอเชียสามารถพบได้ที่ทุ่งหญ้าสเตปป์แถบตอนเหนือของคาซัคสถานในภูมิภาคเอเชียกลางเท่านั้น โดยผสมพันธุ์กันในฤดูใบไม้ผลิ ก่อนอพยพไปที่อื่น
นกฟลามิงโก ได้ชื่อว่าเป็นนกที่ไม่มีประสาทรับกลิ่น และเป็นนกที่ส่งเสียงดังตลอดเวลา ซึ่งลูกนกแม้แต่อยู่ในไข่ก็ยังส่งเสียงร้องแล้ว ซึ่งพ่อแม่นกจะจดจำลูกของตัวเองได้จากเสียงร้องอันนี้


นอกจากนี้แล้ว นกฟลามิงโกยังเป็นนกที่ได้ชื่อว่าเป็นนกที่มีขนสีชมพู จนได้รับชื่อว่า "นกฟลามิงโกสีชมพู" ซึ่งขนของนกฟลามิงโกนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิดตั้งแต่สีชมพูซีดจนถึงสีแดงเลือดหมูหรือแดงเข้ม ทั้งนี้เป็นเพราะการกินอาหารที่ได้รับสารอาหารจากกุ้งและเห็ดรามีสารประเภทอัลฟาและเบตาแคโรทีน แต่โดยมากแล้วนกที่เลี้ยงตามสวนสัตว์ขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาวเพราะขาดสารอาหารเหล่านี้ ซึ่งหากให้ในสิ่งที่ทดแทนกันได้เช่น แครอทหรือบีทรูท สีขนก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม อีกทั้งยังเป็นนกที่มีพฤติกรรมยืนด้วยขาเดียวอยู่นิ่ง ๆ แช่น้ำได้เป็นเวลานานมากถึง 4 ชั่วโมง นั่นเพราะขาของนกจะได้รับจะได้รับเลือดสูบฉีดต่ออัตราการเต้นของหัวใจได้มากเท่า ๆ กับที่กล้ามเนื้อหลักได้รับ ซึ่งเลือดจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย การที่นกฟลามิงโกมีขายาวมาก ก็ยิ่งทำให้มีพื้นที่สูญเสียความอบอุ่น อีกทั้งขาข้างที่ไม่ถูกแช่น้ำก็จะไม่เหี่ยวแห้งอีกด้วย



ที่อยู่อาศัย
      ฟลามิงโก (Flamingos) เป็นนกขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่ชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงเป็นจำนวนหลายพันตัว มีลักษณะพฤติกรรมพิเศษ คือชอบที่จะย้ายถิ่นฐานไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น ตามทะสาบน้ำตื้น และปากแม่น้ำที่เชื่อมระหว่างน้ำเค็มกับน้ำจืด ลักษณะทั่วไปของนกฟลามิงโก คือ มีขนาดประมาณ 80-145 ซม. น้ำหนักตัวประมาณ 2-3 กก. คอและขายาว จะงอยปากมีลักษณะเป็นตะของุ้มแข็งแรง และมีแนวของรูเรียงเป็นแถงที่จะงอยปากส่วนบน ที่ลิ้นจะมีตุ่มเล็กๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายฟันเรียงกันอยู่ ขนมีสีขาว ชมพู แดง และสีดำซึ่งแซมอยู่ตามปลายปีกและลำตัวเพียงเล็กน้อย ปีกสั้น และเท้ามีขนาดเล็ก นกชนิดนี้มีเสียงร้องเหมือนห่าน บินได้เร็ว เวลาบินจะยืดคอตรงออกไปข้างหน้าและเหยียดขาไปทางข้างหลัง นกชนิดนี้ที่รู้จักกันดีมีอยู่ 2 พันธุ์ คือ greater flamingos (Phoenicopterus ruber) และ lesser flamingos (Phoeniconaias miner) ซึ่ง 2 ชนิดนี้ จะแตกต่างกันตรงที่สีและขนาดของลำตัวนั่นเอง ถิ่นที่อยู่อาศัยของนกฟลามิงโก กระจายไปทั่วทุกทวีป สำหรับ greater flamingos จะพบได้มากที่สุดที่ประเทศยูเรเซีย ทวีปแอฟริกา ทางตอนกลางและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ส่วน lesser flamingos จะพบได้มากที่ทะเลสาบนาคุรุ (Nakuru) ในประเทศเคนยา (Kenya) นกฟลามิงโกชอบที่จะหากินอยู่ตามแหล่งน้ำเค็มหรือน้ำกร่อย เวลากินอาหารมันจะจุ่มปากของมันลงในน้ำและพ่นน้ำหรือดินโคลนออกตามรูที่อยู่บนปากจะงอยส่วนบน เพื่อให้เหลือเพียงกากซึ่งประกอบด้วยพวแพลงก์ตอน สาหร่าย ไรน้ำ และสารอาหารที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แล้วกลืนกินลงไปเป็นอาหาร ในการผสมพันธุ์มันจะเลือกคู่เพียงผัวเดียวเมียเดียวและสร้างรังตามทะเลสาบ ซึ่งรังของมันจะมีลักษณะเป็นถ้วยตื้นๆ ทำจากโคลนและเศษไม้รวมกัน มันจะวางไข่เพียง 1-2 ฟอง (ไข่มีสีขาว) ใช้เวลาฟักประมาณ 30 วัน หลังจากที่ฟักตัวออกมาแล้ว ลูกนกจะออกจากรังและมาอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ ลูกนกเหล่านี้ สามารถที่จะวิ่งและว่ายน้ำได้ดี เมื่อมีอายุเพียงไม่กี่วันเท่านั้น 



อาหาร
     นกฟลามิงโกกินสิ่งมีชีวิตในน้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลังหรือเปลือก และพืชผักในน้ำเป็นอาหาร เช่น ไรน้ำ ลูกกุ้ง แพลงตอน และสาหร่ายบางชนิด


กรีนวิงค์ มาคอว์

กวีนวิงค์ มาคอว์

       สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาทุกคนไปรู้จักนกชนิดหนึ่งที่มีขนสวยงาม พวกเขาอาศัยอยู่
เเอฟริกาใต้ นั่นก็คือ กวีนวิงค์ มาคอว์ ไปรู้จักกับพวกเขากันเลยค่ะ




 กรีนวิงค์ มาคอว์ 
      เป็นนกแก้วมาคอว์ที่มีขนาดใหญ่ น่ารักเสียงดังคับป่า ชอบเล่นน้ำ กัดแทะ กินดินโปร่ง และผลไม้ทุกชนิด ลำตัวมีสีแดงสด ปีกมีสีเขียวและสีฟ้า หางมีสีแดงและสีฟ้า ลำตัวมีขนาดประมาณ 36 นิ้ว กรีนวิงมาคอร์ มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ บริเวณประเทศ บราซิล โบลิเวีย ปานามา เป็นต้น


ลักษณะ
      กรีนวิงค์ มาคอว์ เป็นนกแก้วมาคอว์ขนาดใหญ่ที่มีสีสันสวยงาม ด้วยลำตัวมีสีแดงสด ปีกมีสีเขียวและสีฟ้า หางมีสีแดงและสีฟ้า มีขนาดใหญ่ที่สุดในสกุล Ara ซึ่งมี 8 สายพันธุ์ แต่กรีนวิงค์ มาคอว์ มีลักษณะที่คล้ายกันกับ สกาเล็ต มาคอว์ ที่ต่างกันอยู่ที่ลำตัว,ใบหน้า,และปีก ที่ปีกของ สกาเล็ต มาคอว์ จะเป็นสีเหลืองกับสีฟ้าเข้มหรือน้ำเงินแต่มีบ้างที่จะมีสีเขียวปนอยู่บริเวณแถบสีเหลือง และใบหน้าของกรีนวิงค์ มาคอว์ เป็นหนังสีขาวออกชมพูมีลายขนที่หน้าสีแดงเรียงเป็นแถวเหมือนเส้นประสีแดงด้านล่างใต้ตามี4-5แถว ส่วน สกาเล็ต ใบหน้าจะไม่มีขนที่บริเวณใบหน้า กรีนวิงค์ มาคอว์ จะงอยปากข้างบนจะมีสีขาวคล้ายกับสีของงาช้าง ส่วนด้านล่างจะเป็นสีดำ มีขนาดลำตัวประมาณ 90-95 เซนติเมตร หรือประมาณ 34-36 นิ้ว น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1100-1750 กรัม แต่กรีนวิงค์ มาคอว์ ที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศโบลิเวีย จะมีขนาดใหญ่กว่า




พฤติกรรม
     กรีนวิงค์ มาคอว์ จัดเป็นนกแก้วที่มีเสียงร้องดัง และมักเลือกที่จะทำรังตามโพรงไม้ใหญ่ ๆ โดยใช้วิธีแทะหรือขุดโพรงไม้จำพวกไม้เนื้ออ่อน หรืออาจเลือกใช้โพรงไม้ที่เก่าต่าง ๆ กรีนวิงค์ มาคอว์ จะวางไข่ครั้งละ 2-4 ฟอง และจะใช้เวลาฟัก ประมาณ 27-28 ประมาณ80-90 วัน ขนจะขึ้นเต็มตัว

นิสัย
     กรีนวิงค์ มาคอว์ เป็นนกแก้วที่ฉลาดที่สุด ในนกแก้วมาคอว์ และเป็นนกที่เจ้าเล่ อุปนิสัย จัดว่าเป็นนกที่น่ารักและเชื่องมากพอสมควร สามารถทำกิจกรรมร่วมกับมนุษย์ได้ เป็นนกที่หวงและรักเจ้าของ แต่ถ้าได้ตีหรือทำให้ได้กลัว ก็จะจดจำฝังใจและจะตรงเข้าทำร้ายทันทีที่เห็น



อาหาร
     อาหารของกรีนวิงค์ มาคอว์ ได้แก่ผักและผลไม้ต่างๆ เช่น แอ้ปเปิ้ล มะพร้าว ฟักทองนึ่ง ถั่วหลากชนิดนึ่งสุก , แครอท , มะพร้าว หรือ ลูกแมคคาเดเมีย และ ลูก เบอร์รี ด้วย

เเหล่งกำเนิด
     กรีนวิงค์ มาคอว์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบ ตะวันออกของ ปานามา และ แถบ แอทราโต โคลัมเบีย เวเนซูเอล่า บราซิล โบลิเวีย ปารากวัย และอาร์เจนติน่า


ไก่ฟ้าสีทอง

ไก่ฟ้าสีทอง

    สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะเเนะนำให้ทุกคนรู้จักกับไก่ฟ้าสีทองกันค่ะ  เขาเป็นสัตว์ที่มีขนสวยงามขนด้านบนหัวเป็นสีทอง เราไปรู้จักกับพวกเขากันเลยค่ะ



ลักษณะทั่วไป

     ไก่ฟ้าโกลเด้น จัดว่าเป็นไก่ฟ้าสายพันธุ์ต่างประเทศที่สวยงามที่สุดตัวหนึ่ง ขนาดตัวไม่ใหญ่ แต่มีสีสันโดดเด่นชัดเจนสดใสมาก ตัวผู้ ขนด้านบนหัวเป็นสีทอง ไล่โทนตั้งแต่ท้ายทอยเป็นสีส้มทองตัดด้วยวงแหวนเป็นคลื่นสีดำ ตรงด้านหลังคอมีลักษณะมีขนสีทองลายขีดสีดำยาวปกคลุมลงมาถึงหลัง ขนปีกสีดำจุดน้ำตาล และที่ใต้ปีกมีสีเหลืองทองอยู่ด้านใน ขนหางคู่กลางยาวมาก โคนหางสีน้ำตาลแดงอ่อนจุดดำไปจนถึงปลายหาง ด้านล่างของลำตัวใต้ท้องมีสีแดงเพลิงเลือดหมู ไม่มีหงอนบนหัวแข้งขาสีเนื้อ ขนาดตัวเล็กกว่าไก่ฟ้าสายพันธุ์ไทย ตัวเมีย สีขนทั่วทั้งลำตัวเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีลายขีดสีน้ำตาลดำ ลำตัวด้านล่างสีเหลืองอ่อนลายขดสีดำ หางค่อนข้างยาว และมีลายขีดสีเหลืองอ่อนดำ และสีน้ำตาลแดง อุปนิสัย ไก่ฟ้าสีทอง ชอบอาศัยอยู่ตามป่าไผ่ หรือพุ่มไม้เตี้ยๆตามเขาสูง ขายาวช่วยให้เคลื่อนไหว ได้สะดวกบนภูเขา ลักษณะการเลี้ยงในกรงจะเป็นไก่ฟ้าที่ค่อนข้างเชื่องถ้านำมาเลี้ยงตั้งแต่ เล็กๆ และสร้างความคุ้นเคยที่ดีต่อกัน



อาหาร

             อาหารของไก่ฟ้าโกลเด้นได้แก่ เมล็ดพืช ผัก ผลไม้ แมลง ไข่มด และตัวหนอน

การผสมพันธุ์ 

   ไก่ฟ้าสีทองในฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้บางตัวอาจจะผสมพันธุ์กับตัวเมียถึง 8 ตัวที่เข้ามาถิ่นของมัน หลังจากผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะปลีกตัวออกไป ทำรังอยู่ในพุ่มไม้ทึบ ออกไข่ 5-12 ฟอง ใช้เวลาฟัก ประมาณ 22 วัน




สถานะภาพ

             ไก่ฟ้าสีทองพบทางภาคกลางและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน สำหรับประเทศไทยไม่ได้จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั่งโลกมีเลี้ยงกันมากไม่แพ้สายพันธุ์อื่นๆ รวมถึงในประเทศไทย 


เม่นเเคระ

เม่นเเคระ

สวัสดีค่ะวันนี้ดิฉันจะพาทุกคนไปรู้จักกับเม่นเเคระกันค่ะ ซึ่งเป็นสัตว์ตัวเล็กๆมีหนาม
เเม้จะดูเหมือนตัวอันตราย เเต่กลับเป็นสัตว์เลี้ยงเเสนน่ารัก เราไปรู้จักกับพวกเขากันเลยค่ะ


วิธีเลี้ยงเม่นเเคระ
     วิธีเลี้ยงและดูแลเม่นแคระ สัตว์เลี้ยงตัวน้อยขนหนาม แม้จะดูเหมือนตัวอันตราย แต่กลับเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ที่ทั้งเลี้ยงและดูแลไม่ยากเลย

วงจรชีวิต

      เม่นแคระเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืน ร่าเริง ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง ตอนกลางวันอาจจะเห็นนอนขดเป็นก้อนกลมอยู่นิ่ง ๆ แต่พอพระอาทิตย์ตกดินเมื่อไหร่ เจ้าหนามตัวกลมจะออกมาวิ่งเล่นกันให้วุ่น สายพันธุ์ของเม่นแคระมีราว 15 สายพันธุ์ทั้งในเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา

        เนื่องจากเม่นแคระมีขนาดตัวที่เล็กจิ๋ว จึงได้รับความนิยมเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านแล้ว แต่วิธีเลี้ยงและวิธีดูแลแตกต่างกับหมาและแมวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นตอนนอน ตอนให้อาหาร ฯลฯ และวันนี้เราได้นำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงและดูแลเจ้าตัวน้อยขนหนามมาฝาก สำหรับใครที่กำลังสนใจหาเจ้าตัวนี้มาเลี้ยงไว้ ศึกษาไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ



 กรงสำหรับเลี้ยง

        เนื่องจากเม่นแคระจัดเป็นสัตว์ที่ร่าเริงมาก ๆ ตอนกลางคืนจะชอบวิ่งเล่นทั่วกรง ดังนั้นขนาดกรงของเม่นแคระควรจะกว้างพอสมควร ถึงแม้ว่าเม่นแคระจะตัวเล็กมาก ๆ ก็ตาม ขนาดของกรงควรอยู่ที่ 18 x24 นิ้วขึ้นไป รองกรงด้วยขี้เลื่อยและควรจะมีของเล่น อย่างเช่น วงล้อ ให้พวกมันได้วิ่งเล่นด้วย สำหรับการทำความสะอาดให้เปลี่ยนขี้เลื่อย 2-3 วันต่อครั้ง 



 อาหาร
        เม่นแคระเป็นสัตว์ที่กินง่าย โดยส่วนใหญ่เม่นแคระจะกินอาหารแมว หนอนนก ไข่ต้ม และผักชิ้นเล็ก  สำหรับปริมาณถ้าเป็นอาหารแมวควรให้ 1–2 ช้อนโต๊ะต่อวัน โดยให้ตอนเย็นครั้งเดียว อย่างไรก็ตามมีอาหารบางชนิดที่ไม่ควรให้เม่นแคระ ได้แก่ ถั่วต่าง ๆ ผลไม้อบแห้ง เนื้อสัตว์ดิบ องุ่น ลูกเกด หัวหอม ขนมปัง อะโวคาโด นมสดและผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ 

 การอาบน้ำ   

        เนื่องจากผิวหนังของเม่นแคระบอบบางมาก การอาบน้ำควรอาบให้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น โดยให้อาบในอ่างหรือกะละมังเล็ก ๆ  ใช้น้ำอุ่น และแชมพูที่ใช้ควรเป็นสูตรอ่อนโยนพิเศษ สามารถใช้ได้ทั้งเด็กหรือแชมพูสัตว์ก็ได้



 การตัดเล็บ

        การตัดเล็บให้แม่นแคระควรตัดในระหว่างอาบน้ำหรือหลังอาบน้ำเพราะเล็บจะอ่อน ทำให้ตัดง่าย ให้ใช้กรรไกรตัดเล็บขนาดเล็กค่อย ๆ ตัดและตัดเฉพาะส่วนที่เป็นสีใสยื่นยาวออกมาเท่านั้น  

ที่มา: เม่นเเคระ